ads compdd

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ article แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ article แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

Linux คืออะไร

     Linux เป็นระบบปฏิบัติการแบบ UNIX - compatible ตัวหนึ่งที่ทำงานบนเครื่อง
คอมพิวเตอร์ ตั้งแต่ระดับพีซี (PC) พัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรก ในปี ค.ศ. 1991
โดยนักศึกษาชื่อ Linus B. Torvalds ณ University of Helsinki ประเทศฟินแลนด์
ในลักษณะของงานอดิเรก โดยมีแรงบันดาลใจมาจากระบบ Minix
ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการคล้ายๆ UNIX เล็กๆ ตัวหนึ่งที่พัฒนาโดย Andy Tanenbaum
เพื่อประกอบการเรียนรู้ ในหนังสือเกี่ยวกับ การออกแบบระบบปฏิบัติการ
คอมพิวเตอร์
    Linux Version 0.01 ถูกแจกจ่ายให้ทดลองใช้ประมาณปลายเดือน ส.ค. 1991
โดยมีเฉพาะ Harddisk Driver และระบบไฟล์ขนาดเล็ก ให้ใช้เท่านั้น ไม่มีแม้แต
่ Floppy Disk Driver และต้องมีระบบ Minix อยู่แล้ว จึงจะสามารถทำการคอมไพล
์ และทดลองใช้งานได้ เนื่องจากยังไม่มีโหลดเดอร์ และคอมไพเลอร
์ ต้องอาศัยการคอมไพล์ข้ามระบบ และบูตระบบผ่าน Minix
    Linus เปิดตัว Linux อย่างเป็นทางการในวันที่ 5 ตุลาคม 1991 ด้วย Version 0.02
ซึ่งยังคงเป็นระบบปฏิบัติการ สำหรับผู้พัฒนาโปรแกรมระบบอยู่ จนกระทั่ง
ได้เปิดตัว Version 1.0 ในเดือนมีนาคม 1994 และเริ่มมีผู้ใช้กันอย่างแพร่หลาย
เนื่องจากเป็นระบบปฏิบัติการคล้าย UNIX ที่สมบูรณ์แบบ มีความสามารถสน
ันสนุนกราฟิก X Window สนับสนุนระบบเครือข่าย TCP/IP สามารถรับส่งอีเมล์
ทำหน้าที่เป็น News, WWW, FTP Server ได้ และความสามารถอื่นๆ อีกมาก
    สำหรับจุดเด่นที่น่าสนใจของ Linux ได้แก่
*เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้งานได้ฟรี
  *ทำงานได้บนเครื่องพีซีทั่วไป ที่มีหน่วยประมวลผลกลางตั้งแต่ 80386 ขึ้นไป
รวมถึง Motora 680x0, Compaq (Digital) Alpha, PowerPC, SPARC เป็นต้น
จึงเป็นระบบปฏิบัติการที่มีความต้องการทรัพยากรของระบบในขั้นต่ำ
    *สามารถทำงานได้รวดเร็ว เนื่องจากมีระบบการจัดการหน่วยความจำเสมือน
(Virtual Memory) การจัดทำงานแบบ Multitasking และระบบป้องกันการรบกวน
การทำงานระหว่าง Process ต่างๆ
   *มีกลุ่มผู้ใช้งานบนอินเทอร์เน็ตค่อนข้างสูง ทำให้ข้อบกพร่องต่างๆ ถูกค้นพบ
และหาวิธีแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เป็นระบบปฏิบัติการที่มีคุณภาพสูงระบบหนึ่ง
    *มีความสามารถแบบ UNIX
    * สามารถใช้งานร่วมกับดอส (DOS) และ Microsoft Windows โดยการแบ่งพาติชั่น
     *ความสามารถในการใช้งานไฟล์ร่วมกับระบบปฏิบัติการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น DOS,
Microsoft Windows, NetWare, OS/2, Minix, NFS, System V
    *เป็นระบบปฏิบัติการแบบเปิด เนื่องจากทุกฟังก์ชันมี Source Code แนบมาพร้อม
     * Linux ออกเสียงได้หลายลักษณะ เช่น ลีนุกซ์, ไลนักซ์, ลีนิกซ์
ที่มา : http://linuxunix54321.tripod.com/Linux01.htm












วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Hoverboard gadget ของเล่น ทีกำลังได้รับความนิยม

03-hoverboards-swagway-x1-630

ยุคที่เราทุกคนปฎิเสธไม่ได้ กับ ความเหนือล้ำสมัยใหม่ๆ ด้านเทคโนโลยีแปลกๆ ใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ ของเล่น ของใช้ในชีวิตประจำวัน หรือช่วยงาน ในองค์กร หน่วยงานให้มีความสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้น

Hoverboard “สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสองล้อ” ทีมีการพูดถึงกันอยากแพร่หลาย บนโลกออนไลน์ เกียวกับ เล่นยังไง, ทำงานได้ยังไง, ราคาเท่าไร, มีจำหน่ายเมือไร, ชื้อขายที่ไหน, จะพบคำ คีย์เวิร์ด ได้เยอะมาก ในช่วงกลางๆปีทีผ่านมา

01-hoverboards-small-turns1

Hoverboard ตัวอื่นๆ ถูกสร้างขึ้นมาที่หลั้ง ได้มีการพัฒนา เพิ่มล้อเข้าไป ใช้ไฟฟ้า ชาร์ตเเบตเตอรี่ การขับเคลือนที่เราต้องใช้น้ำหนักตัว ในการถ่วงสมดุลให้เคลือนไปในทิศทางได ทิศทางหนึง

04-hoverboards-wide-turn1

Hoverboard จัดว่าอยู่ในหมวด gadget ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เกียวกับ ของเล่นสุด ไฮเทค ณ ตอนนี้
แล้วด้วยความทีมี ราคาปานกลาง สามารถจับต้องได้ การนำไปใช้งาน ที่ไม่ต้องเคลือนที่ระยะไกล ถูกนำไปใช้งานได้อย่างง่ายดาย

ขอบคุณรูปภาพ ที่ http://thewirecutter.com/reviews/hoverboard-you-should-get-so-far/

by Arcsh

วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เทคนิดง่ายๆ ไม่ให้เสียงติดลิขสิทธิ์บน Youtube

FairStars.Recorder.v3.70.www.IR-DL.com.c

ขออธิบายสั้นๆน่ะครับ เวลาเราตัดต่อ วิดีโอภาพและเสียง แต่เสียงไปติดลิขสิทธิ์ จุดๆๆๆ ชึ้งมีวิธีแก้ง่ายด้วยโปรแกรม Recorder ต่างๆ แต่สำหรับผม ขอแนะนำ

Fairstart Recorder เป็นโปรแกรมบันทึกเสียงแบบ Real-time ที่มีคุณสมบัติสนับสนุนรูปแบบบันทึกไฟล์เป็น wma,mp3,ogg,ape,flac และ wav

คุณสามารถบันทึกเสียง ได้โดยตรงจากการ์ดเสียงของคุณ รวมทั้งจากไมโครโฟนหรือสายแจ็ค ที่มีคุณภาพสูง มันสามารถนำมาใช้ในการคว้าเสียงใดๆ ก็ได้

รวมทั้งเพลงจากภาพยนตร์ไดอะล็อกเสียงเกม, สตรีมเสียงหรือสิ่งอื่นใด บันทึกเสียงที่สามารถบันทึกโดยตรงไปยัง WMA, MP3, OGG, APE หรือรูปแบบ WAV, โดยไม่ต้องใช้ไฟล์ชั่วคราว

screenshots

by Arcsh

วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2559

Tip Firefox add-on ดาวน์โหลดวิดีโอได้สาระพัดเว็บ

หากหลายคนไม่ชอบใช้้โปรแกรมอัฟเดทหรือลงโปรแกรมใหม่ๆในเครื่อง เพราะหลายสาเหตุไม่หมั่นใจหรือกลัวโปรแกรมเสริมต่างๆที่ติดมากับโปรแกรมนั้นๆ สำหรับใครที่ใช้ firefox คงรู้กันเป้นอย่างดีแล้วว่า ในโปรแกรม firefox มีตัว add-on plugin หรือโปรแกรมเสริม ที่เหล่านักพัฒนาชอร์ตแวร์ ช่วยกันพัฒนาเพื่อช่วยให้ผุ้งานสามารถนำไปใช้ได้อย่างสะดวกยิ่งขึั้น

สำหรับ Firefox add-on plugin ที่ช่วยให้เราจัดการดาวน์โหลดวิดีโอบนเว็บ หรือจาก Youtube ได้เป็นอย่างดี ผมของแนะนำโปรแกรมเสริม Video DownloadHelper

การติดตั้งตั่ง Video DownloadHelper สำหรับเครื่องมี Firefox อยุ่แล้ว
1.เปิดโปรแกรม Firefox ขึ้นมาคลิกที่ เครื่องมือ > ส่วนเสริม ตรงที่ช่องค้นหาพิมพื “Video DownloadHelper” แล้วกด Endter

addon

                                (“หากเครื่องที่ไม่มี ต้องโหลด Firefox มาลงก่อนครับ”)

2.โปรแกรมส่วนเสริมรอติดตั้ง ก้อจะมีโปรแกรมหรือส่วนเสริม “Video Downloadhelper” ขึ้นมาในรายการ ก็ให้ทำการ กดติดตั้ง “Video Downloadhelper” ได้เลยครับ  รอสักครู่ โปรแกรมจะทำการดาวส์โหลดส่วนเริมมาไว้ใน Firefox ให้อัตโนมัติครับ

addon2

3.โปรแกรมทำการดาวน์โหลดเสร็จแล้ว ให้เราทำการ Restart Firefox หนึ่งครั้ง โปรแกรมก็จะติดตั้งส่วนเสริม หรือ add-on Video DownloadHelper ให้เราอัตโนมัติ และ ให้ลองเปิดเว็บ Youtube เพือทำการ Download วิดีโอี เพือจะดูว่าโปรแกรมส่วนเสริมของเราได้ถูกติดตั้งลงใน Firefox หรือยัง

addon3

เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อยแล้วคับไม่ต้องไปง้อโปรแกรมที่ไม่พึงประสงคืมาติดตั้งให้ยุ่งยากอีกต่อไปแล้วครับ

by Arcsh

วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2559

Xiaomi YI Dash Camera Car กล้องดีๆสำหรับติดรถ

Xiaomi-Yi-Mounted-4

หากคุณกำลังมองหากล้องดีๆ สักตัวไว้สำหรับติดรถ ที่มากด้วยฟังก์ชันเมนู บวกกับ ราคาที่สามารถเป้นเจ้าของได้สะบายๆ ตอนนี้ คงจะหนี้ไม่พ้น Dash Yi สายผลิตจากค้าย Xioami ค้ายที่ขึ้นชื่อการออกแบบดีไชได้หรูและดูดี ชึ้งล่าสุดก็ได้คว้ารางวัลการออกแบบชุดประจำชาติจีน ปีที่ผ่านมาได้สำเร็จ

รายละเอียดกล้อง YI Dash Camera
เชนเชอร์
:
กล้อง Dash Xioami YI มีระบบเช็นเชอร์ 3MP; ดูเหมือนว่าจะมีขนาดเล็ก แต่ก็มากด้วยแสง ที่มีความสำคัญในการบันทึกภาพถ่ายหรือวิดีโอในขณะขับรถในเวลากลางคืนหรือที่จอดรถที่มีแสงต่ำ ได้เป้นอย่างดีเยียมแล้วน่ะคับ

ชิป :
ใช้ชิป A12

เลนส์ :
กล้องคุณสมบัติ F1.8 การรับแสง (ทีดีสำหรับการบันทึกแสงตำ) และ เลนส์ 165องศา มุมมอง 


xiaomi-yi-dashcam-hardware

วีดีโอความละเอียดและอัตราเฟรม Open-mouthed smileOpen-mouthed smile:
กล้อง Dash Yi มี 2K บันทึก 30 เฟรมต่อวินาที (ที่จริงมันเป็น 1296p (2304 × 1296) เรียกว่าซูเปอร์ HD หรือ
บันทึก 1080p ที่ 60fps หรือ 30fps

จอแสดงผล :
ขนาดจอ 2.7 มันเล็กมากเมื่อเทียบกับปัจุบัน แต่มันใหญพอดีเมือเทียบกับสายตาเรา เป็นจอแสดงผล LCD อัตราส่วน 16:9 และ 960 x 240 พิกเชลความละเอียด

แบตเตอรี่ :
มีกำลังการผลิตค่อนข้างต่ำ 240mAh แบตเตอรีในตัว แต่มีจุดประสงค์หลักเป็น Dashcam เป็นการผ่าน Car Charger รวม

หน่วยความจำ :
รอบรับการ์ด MicroSD สูงสุดุ 64GB การสนับสนุนแบบ Class 10 แนะนำ

การเชื่อมต่อและพอร์ท :
กล้องมี WIFI ไว้สำหรับการเชือมต่อไร้สายผ่าน iOS หรือ Android App และพอร์ต microUSB สำหรับชาร์จและการถ่ายโอนข้อมูล

ขนาดและน้ำหนัก :
74 x 32 x 52.4มม 74g

xiaomi-yi-dashcam-dimension

ขอบคุณสำหรับภาพ จากเว้บต่างๆ คับผม Open-mouthed smileNyah-Nyah
by Arcsh

วันศุกร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2559

ไม่ “เวอร์ ”อย่างที่คุณคิดสเปคสำหรับ Grand Theft Auto V

grand_theft_auto_v_9-wallpaper-1920x1080

GTA V หรือ Grand Theft Auto V เป็นเกมที่ขึ้นข่าวอยุู่บ่อยๆ สำหรับสองปีที่ผ่านมา วันนี้เราลองมาจัดสเปคแบบ medium ภาพกลางๆถึง สูง และงบประมาณที่จำกัด สเปคคอมพิวเตอร์ แพง หรือสปีดเยอะ กิ๊กสูงไม่สำคันสักเท่าไร เรื่องความเสถียรคำคันมากกว่าน่ะ สำหรับการจัดสเปคคอมพิวเตอร์สักเครื่องนึง

สเปค ที่สามารถเรียกใช้ ภาพระดับกลางๆ ถึงสูง

CPU:
AMD Athlon II X4 840
Main Board :
ASROCK 970 EXTREME3 R2.0
RAM:
8 GB
OS:
Windows 8.1 64 Bit, Windows 8 64 Bit,
Video Card:
AMD R7 250 "SAPPHIRE" 2GB * DDR3 * 128bit * VGA * DVI * HDMI
Moniter:
LED 21.5" ACER S220HQLBbd (DVI B)
Hard Disk:
256..GB SSD SanDisk X300 530 Mb/s

ราคาประมาณ : 17,000.-

by Arcsh

วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2559

วิธีการปิด SmartScreen Windows8

ผู้ใช้งาน Windows8 บางคนอาจเจอปัญหาไม่สารารถติดตั้งโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันได้สำเร็จ และปรากฏ
ข้อความ “Windows protected your PC” ไม่ต้องกังวลน่ะคับ เกิดจากการอัฟเดทระบบปฏิบัติการ เราสามารถปิดหรือเปิดการใช้งานด้วยวิธีง่ายๆ ตามขั้นตอนดั่งต่อไปนี้

การปิด SmartScreen ให้เราเข้าไปตั่งค่าที่ Start Menu > Control Panel > เลือก System and Security

smart1

และจากนั้นเลือกที่ Action Center

smart2

คลิกเลือกที่ Change Windows SmartScreen Settings ตรงแถบด้านซ้ายมือ

smart3

หลังจากนั้นก็ทำการคลิกเลือกที่ Turn Off Windows SmartScreen

142959750277924_0

เพียงเท่านี้เราก็สามารถติดตั้ง โปรแกรมได้ตามปกติแล้วครับ

by Arcsh

วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2559

Pain.Net โปรแกรมที่จะช่วยคุณแต่งรูปภาพได้ง่ายขึ้น

หลายๆคน คงคุ้นเป็นอย่างดี กับโปรแกรม Pain บนระบบปฏิบัติการ Windows และ คงจะไม่มีใครปฏิเสธ ได้ว่า ไม่เคยใช้
ใช้โปรแกรม Pain นี้ไม่เป็น เพราะมันมีติดมากับ ระบบปฎิบัติการ มาตั่งแต่เท่าที่เราจำความ Windows ได้ และจนมาถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ค่อยเห็นการเปลี่ยนแปลงของโปรแกรมขึ้นสักเท่าไร

Pain.Net โปรแกรมที่จะช่วยให้คุณแต่งรูปภาพได้ง่ายขึ้น แล้วนี้ก็คือทางออกสำหรับปัญหา การแก้ไข้รูปภาพจากการ PrinSrceen ภาพจากหน้าจากคอมพิวเตอร์เพื่อที่จะมาแก้ไข้ก่อนนำไปใช้งานให้ดียิ่งขึ้น

pain-net

Download : http://www.dotpdn.com/files/paint.net.4.0.9.install.zip

by Arcsh

วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2559

OpenLiveWriter เครื่องมือดีๆสำหรับนักเขียน บล๊อก

โปรแกรม OpenLiveWriter หลายๆคนที่ชื่นชอบการเขียนบล๊อกหรือต้องการจะบันทึกเพจส่วนตัว เพือแบ่งปันแนะนำสาระความรู้ไอเดียใหม่ๆ ผ่านทางเว็บบล๊อก โปรแกรม OpenLiveWriter ได้อัฟเดทปรับปรุงปัญหาต่างๆมากจาก

“Windows Live Writer โปรแกรมเขียนบล๊อกออฟไลน์” จากการเขียนบล๊อกในรูปแบบออน์ไลน์หรือออฟไลน์ เหล่าผู้ใช้งานโปรแกรมหลายๆคนคงได้ทดลองโปรแกรมหลายๆโปรแกรมมาบ้างแล้ว

windows-live-writer-no-more

OpenLiveWriter  กว่าจะมาลงตัวด้วยโปรแกรม ทีมีการพัฒนาให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้และรองรับเว๊ปบล๊อกหลากหลายสะดวกและจัดการเว็บไชต์หลายๆไชต์ได้พร้อมๆกันมากยิ่งขุ้น

Open-Live-Writer

open-live-writer-announce-100632730-primary.idge

Download : https://openlivewriter.azureedge.net/stable/Releases/OpenLiveWriterSetup.exe
by Arcsh

วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2559

App Windows8 วิธีติดตั้ง แอพ ไม่ให้ถามถึง อีเมล์ พาสเวิร์ด

Windows8 สำหรับผู้ใช้  ที่ไม่อยากสมัครอีเมล์ใหม่หรือไม่อยากจะใช้หลายๆ บัญชีอีเมล์ให้มากวุ้นวาย หลายๆคนได้ทดลองใช้วินโดส์8 และได้ใช้อย่างจริงจังไปสักพักระยะมาบ้างแล้ว ได้เห็นแอฟพิเคชันใหม่ๆที่สุะดุดตาอยากจะลองโหลดมาใช้บน พี่ซี จากค่ายไมโครซอรฟ

แต่เมื่อเรากดเข้าไปที่แอฟต่างๆจะทำการติดตั้งแอพ ระบบ จะถามให้เรากรอก “อีเมล์ และ พาสเวิร์ด ” หลายๆท่านที่ต้องการแค่ใช้เพื่อความสนุกสนามเท่านั้น วันนี้เราจะมาตั้งค่าโหลดแอฟไม่ให้ถามบัญชี Email Account แบบง่ายๆกันคับ

windows8-mail-img002
จากรูปภาพด้านบนระบบจะให้เรากรอก email และ password เพื่อยืนยันสิทธิการเข้าใช้เพือโหดลแอพของวินโดส์
 
ขั้นตอนการตั้งค่าไม่ให้ระบบถามถึง email และ password
1.เราต้องเข้าไปเปิด User Account  Administrators ใน Control Panel>Administrative Tools>
ดั้บเบิ้ลคลิก Local Security Policy ขึ้นมา เปลี่ยนค่าด้านภาพน่ะคับเสร็จ แล้ว รีสตาร์ท

Untitled

จะเห็น User Administrators เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน กดเข้าใช้ User Addministrators เลยครับ รอสักพักระบบจะทำการเช็ทค่าผู้ใช้ให้ใหม่คับ

Enable_the_Administrator_account_in_Windows_8_with_full_access__2013-07-18-16-37-35

2.เข้าไปที่ Control Panel>Administrative Tools> ดั้บเบิ้ลคลิก Local Security Policy ขึ้นมาอีกครังน่ะคับ
เปลี่ยนค่าตามรูปน่ะคับเสร็จแล้ว รีสตาร์ทอีกครั้ง เท่านี้ พีชีของเราก็สามารถโหลดแอพพลิเคชั่นต่างๆได้แล้วครับ

2
เพียงเท่านี้เราก็สามารถเข้า Windows8 ModeUI โหลดแอพพลิเคชั่นต่างๆได้แล้วคับ

By Arcsh

วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2559

ลีนุกช์ดิสทริบิวชัน

  Linux distribution หรือ ลีนุกช์ดิสโทร ในยุดแรกๆที่ ลีนุกช์ ถูกนำมาใช้งานคอมพิวเตอร์ มักจะเป็นกลุ่มนัคอมพิวเตอร์ที่มีความเชี่ยวชาญความชำนาญสูง โดยจะต้อง ดาวน์โหลดส่วนประกอบของ Linux มาจากอินเตอร์เน็ต ได้แก่ Kernel, Shell, C Complier และ Boot Loader จากนั้นจะต้องนำส่วนประกอบทั้งหลายมาคอมไฟล์ และติดตั้งที่ละส่วน จนกระทั้งเป็นระบบปฏิบัติการที่สามารถใช้งานได้ ตามต้องการ สร้างความยากลำบาก และใช้เวลามากกว่าจะการติดตั้งจะสำเร็จลงได้

  จากปัญหาข้างต้น จึงทำให้มีบริษัทซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า Linux Distribution เป็นผู้ผลิตระบบปฏิบัติการขึ้นเป็นของตนเอง โดยนำเอา Kernel ของ Linux มาประกอบเข้ากับซอฟต์แวร์อื่น ๆ และจัดทำให้เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ความแตกต่างของ Linux Distribution แต่ละรายแบ่งออกได้ดังนี้
  การติดตั้ง ขั้นตอนของการติดตั้งมีตั้งแต่วิธีการแบบแมนน่วล คือ ผู้ติดตั้งกระทำเองทุกขั้นตอน ไปจนถึง ติดตั้งแบบอัตโนมัตทุกอย่าง บางรายมีเมนูอธิบายขั้นตอนการติดตั้งเป็นภาษาไทยก็มี เช่น Mandrake 8.x
  ความง่ายในการตั้งค่าให้แก่ระบบ Linux Distribution แต่ละรายจะมีเครื่องมือที่ใช้ในการคอนฟิกระบบแตกต่างกันไป บางรายอาจจะมีเครื่องมือช่วยการคอนฟิกแบบรวมศูนย์กลาง เช่น YaST ของ SUSE Linux เป็นต้น
  ซอฟต์แวร์ที่แถมให้มาพร้อมกัน บาง Distribution อาจจะให้ซอฟต์แวร์แบบฟรีแวร์มานับเป็นพัน ๆ โปรแกรม แต่บางรายอาจจะให้ซอฟต์แวร์เฉพาะมาเท่าที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น
  ระบบ X Window ส่วนมากแล้ว ทุก ๆ Distribution จะมีระบบ X Window ซึ่งเป็น GUI ของระบบยูนิกซ์ให้มาพร้อมกันด้วย ซึ่งนิยมใช้โปรเจค XFree86 ดังนั้นจึงมีลักษณะการติดตั้งและใช้งานที่คล้ายคลึงกัน
  การสนับสนุนทางเทคนิคหลังการขาย สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ การให้การสนับสนุนทางเทคนิคมีความจำเป็นมาก หลาย ๆ distribution มักจะแบ่งจำหน่ายสินค้าของตนเองทั้งแบบดาวน์โหลดฟรี ( ไม่มีการสนับสนุนทางเทคนิค ) แบบมีการสนับสนุนทางเทคนิคระยะเวลาหนึ่ง และแบบทำสัญญาเป็นระยะยาว

  • Linux Distribution ที่ได้รับความนิยมสูงในประเทศไทย ได้แก่ Slackware ,Redhat และ Mandrake
  • Linux Distribution ที่พัฒนาขึ้นโดยคนไทย ได้แก่ Kaiwal , ZiFF , SIS , Linux TLE 4.0
  • Linux Distribution อื่น ๆ ได้แก่ Caldera OpenLinux , Debian GNU/Linux , S.u.S.E

    ที่มา : http://www.itdestination.com/articles/linux/distributions.php




  • วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2559

    สัมผัสประสบการณ์ทีวี Sony BRAVIA Android TV

    วันนี้เลยอยากแนะนำ วิธีการใช้เบื้องตัน สำหรับ ผู้ใช้ที่หลั้งจากการเปลี่ยนทีวีธรรมดาที่ไม่คุ้นเคยกับระบบ BRAVIA Android TV  คือจริงๆแล้วผมอยากเขียนบทความนี้ เพื่อช่วยแนะนำให้กับ พี่ชาย และ หลานๆ ของผม เรามาเริ่มกันเลยแล้วกัน
    p076180223143-item-0250xf1x0600x0391-mw800c-design-large

    สเปคตัวเครื่องทีวี Android TV Sony

    • Model : KDL-50W800C
    • Device Type : Android TV 
    • Android Version : 5.0.2 (32-bit)
    • CPU : SoC MediaTek MT5890
    • GPU : Mali-T624 (OpenGL ES 3.1 Supported)
    • RAM : 2GB
    • Storage : 8.363GB
    • Display :
      • Screen Size : 50” 
      • Resolution : Full HD 1920x1080 px
      • Density : ~44.289 DPI
    • Connections
      • USB OTG
      • WiFi Direct
      • Bluetooth (BLE Supported)
      • Microphone
      • Ethernet
      • WiFi
      • Miracast (Screen Mirroring)
      • Google Cast (Cast Screen)
    • Sensor : Light Sensor
    • อื่นๆ
      • รองรับ Analog/Digital TV
      • รองรับการแสดงผล 3D
      • ClearAudio+
      • X-Reality™ PRO
      • DVB-T/T2 (Built-in Digital TV Tuner)
      • รองรับการเล่นไฟล์ผ่านช่อง USB

    มาเริ่มทำความรู้จักส่วนต่างๆ BRAVIA Android TV
    หน้าจอ Home Screen + Drawerใน Android TV กูเกิลได้ยุบหน้า Home กับ Drawer ให้กลายเป็นแถบเมนูแบบเพียวๆ ที่มีชื่อว่า Leanback Launcher และหน้านี้จะอยู่กับเราไปตลอด ตั้งแต่เปิดเครื่อง กดเปิดเมนู หรือรันแอพพลิเคชันต่างๆ

    ตัว Leanback Launcher จะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 5 ส่วนหลักๆ ดังต่อไปนี้ครับ

    แถวแรกเป็น Suggestion List เอาไว้ใช้ในการแสดงรายการคอนเทนต์จากช่องทางต่างๆ ที่น่าสนใจ รวมถึงรายการคอนเทนต์ที่เล่นค้างอยู่บน app ต่างๆ

    แถวต่อมาเป็น Input Switching เอาไว้ใช้ในการเปลี่ยนช่องทางเชื่อมต่อแบบต่างๆ

    แถวที่สี่เป็นหมวดของแอพพลิเคชันที่ติดตั้งในเครื่อง ซึ่งเราสามารถรันแอพฯ ของ Android TV (เรียกว่า Leanback App) ได้จากตรงนี้เลย อย่างไรเสีย Android TV สามารถ Sideload APK เข้าไปติดตั้งเพิ่มได้ แต่จะไม่สามารถเรียกจากตรงนี้ได้ นอกจากติดตั้งแอพฯ เสริม หรือเข้าไปเปิดในเมนู Settings

    แถวที่ 5 เป็นหมวดของเกมสำหรับ Android TV ที่ติดตั้งอยู่

    แถวสุดท้ายเป็นส่วนเมนูการตั้งค่าแบบง่ายๆ ของตัวเครื่อง เช่น Wi-Fi, Google Account หรือการตั้งเวลาเป็นต้น และสามารถกดเข้าการตั้งค่าเครื่องแบบเต็มๆ ได้จากตรงนี้เลย

    Voice Search

    หนึ่งในฟีเจอร์หลักของ Android TV ที่กูเกิลแนะนำมาตั้งแต่ต้น โดยฟีเจอร์นี้ลักษณะจะเหมือนกับ Google Now บนมือถือแทบทุกอย่าง เพราะนอกจากค้นหารายการที่เราสนใจได้แล้ว มันยังสามารถสอบถามข้อมูลได้เหมือนกับ Google Now บนมือถือด้วย ไม่ว่าจะเป็นการถามเวลา การถามสภาพอากาศ หรือการถามข้อมูลในเชิงลึกของรายการต่างๆ ก็สามารถถามได้หมด

    การเริ่มต้นการใช้งาน Voice Search เราสามารถเริ่มใช้งานได้จากทุกส่วนของตัวเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นระหว่างการชมโทรทัศน์ หรืออยู่ในหน้าเมนูหลัก เพียงกดปุ่ม Voice บนรีโมท Voice Search ก็จะพร้อมรับคำสั่งในการค้นหาทันที

    นอกจากการค้นหารายการต่างๆ ได้แล้ว Voice Search ยังสามารถใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชันอื่นๆ ในเครื่องได้อีกด้วย เช่น Google Play Store, YouTube, Tune In หรือแอพพลิเคชันของ Android TV ที่รองรับเป็นต้น


    ไขปัญหาทำไมถึงไม่มีรีโมทของ Android TV

    รีโมทของ Android TV หลักๆ เลยจะมีปุ่ม Home สำหรับเรียกใช้งาน Leanback Launcher มีปุ่ม Back ไว้ใช้ย้อนกลับไปหน้าก่อนหน้า และมีปุ่มไมค์สำหรับใช้เรียก Google Voice Search แต่อย่างไรเสีย ใช่ว่าทุกคนจะได้ใช้รีโมทตัวนี้เพราะผู้ผลิตก็ไม่ได้แถมไปให้ทั้งหมด (เช่นโซนี่ที่ไม่ได้แถมมาให้)


    ตัวอย่างรีโมทแบบพิเศษที่ทำตามเงื่อนไขของกูเกิล

    ขอขอบคุณ blogone ดูรีวิวเต็มๆได้ที่นี้ https://www.blognone.com/node/70336

    วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

    รู้จักกับ HTML5 - ภาคหนึ่ง HTML5 คืออะไร?

    บทความชุดนี้จะแนะนำข้อมูลเบื้องต้น (ย้ำว่า "เบื้องต้น") ของเทคโนโลยีใหม่ที่ทุกคนจับตาอย่าง HTML5 เพื่อเตรียมความพร้อมและปูพื้นฐานของ HTML5 ให้กับนักพัฒนาเว็บในประเทศไทย
    ภาคแรกของบทความนี้จะกล่าวถึงข้อมูลของ HTML5 ในภาพรวม ว่ามันคืออะไร มันทำอะไรได้บ้าง ก่อนจะเข้าสู่รายละเอียดของเทคโนโลยีบางตัวที่สำคัญในภาคต่อๆ ไป

    อะไรคือ HTML5

    ผู้อ่าน Blognone คงได้ยินชื่อ HTML5 กันมาเยอะ แต่ว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่?
    ความหมายทั่วไปของคำว่า HTML5 มีสองนัยยะที่เหลื่อมซ้อนกันอยู่ครับ
    ความหมายในมุมแคบ มันคือ สเปกของภาษา HTML รุ่นที่ 5 ซึ่งต่อจาก HTML4 ที่เราใช้กันทุกวันนี้ โดยปัจจุบันสเปกยังร่างไม่เสร็จ (ดูได้จากเอกสารของ W3C) เนื้อหาจะครอบคลุมลักษณะ ฟีเจอร์ และ syntax ของ HTML เท่านั้น
    ความหมายในมุมที่กว้างขึ้น มันคือ ชุดของเทคโนโลยีเว็บสมัยใหม่ อันประกอบไปด้วย
    • ภาษา HTML5 ตามข้อแรก
    • CSS3
    • API อีกชุดหนึ่งที่อยู่นอกสเปก HTML5 แต่ออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกัน เช่น Geolocation, IndexedDB, File API ที่กำลังเป็นร่างมาตรฐานของ W3C แยกมาอีกชุดหนึ่ง
    • เทคโนโลยีประกอบอื่นๆ ที่เป็นมาตรฐานของ W3C อยู่แล้ว และนำมาใช้ร่วมกับ HTML (ซึ่งจะเป็น HTML4 หรือ HTML5 ก็ได้) เช่น SVG หรือ MathML
    HTML5 ในที่นี้เราจะหมายถึงความหมายอย่างที่สอง ก็คือเทคโนโลยีเว็บรุ่นใหม่แบบรวมๆ นะครับ

    ทำไมต้องมี HTML5

    จะว่าไปแล้ว เทคโนโลยีใน HTML5 แทบไม่มีอะไรใหม่ในโลกไอทีเลย เพราะเกือบทุกอย่างที่ HTML5 ทำได้ อยู่ในกระบวนการพัฒนาโปรแกรมแบบ native มาช้านานแล้ว เช่น การทำงานแบบออฟไลน์ หรือ การวาดกราฟิก
    เพียงแต่ HTML5 นำเทคโนโลยีที่เคยอยู่ในโลก native ย้ายเข้ามาสู่โลกของเว็บ ทำให้มันมีข้อดีของทั้งสองโลก คือ ฟีเจอร์อันรุ่มรวยและประสิทธิภาพในการทำงานจากโลก native มาผสานกับความคล่องตัว เข้าถึงได้จากทุกที่ของเว็บ
    เดิมที ภาษาตระกูล HTML/SGML เป็นภาษาที่ออกแบบมาเพื่อ "อธิบาย" หรือ "นิยาม" การแสดงผลข้อมูล เช่น ตัวหนา ตัวเอียง หัวเรื่อง ลิงก์ ซึ่งการใช้งานก็คือเอาไว้ทำเอกสารที่เชื่อมโยงกัน (ตัวอย่างคือ Help ของวินโดวส์)
    พอมีอินเทอร์เน็ต HTML ก็ทำหน้าที่สร้าง "โบรชัวร์อิเล็กทรอนิกส์" ที่สามารถดูได้จากระยะไกล ถึงแม้ตอนแรกจะมีแต่ข้อความ แต่ระยะต่อๆ มาเทคโนโลยีเว็บก็พัฒนามากขึ้น สามารถใส่ภาพ เสียง วิดีโอ (ผ่านปลั๊กอิน) มีแนวคิดเชิงโปรแกรมอย่างจาวาสคริปต์เข้ามา (จริงๆ มี VBScript ด้วยแต่ดังสู้ไม่ได้) ในยุคของ HTML3
    พอเป็นยุคของ HTML4 เราเริ่มเห็นเว็บแบบที่ตอบโต้ได้ มีความเป็นอินเตอร์แอคทีฟมากขึ้น ซึ่งเกิดจากเทคโนโลยีอย่าง AJAX, XMLHttpRequest ทำให้เว็บมีความใกล้เคียงกับ "แอพ" แบบดั้งเดิมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม มันยังสู้แอพแบบ native ไม่ได้ เพราะยังขาดฟีเจอร์สำคัญๆ อีกหลายอย่าง เช่น การทำงานออฟไลน์ กราฟิกสามมิติ ฯลฯ นั่นเอง
    สุดท้ายแล้ว HTML5 จะช่วยให้เรานำเทคโนโลยีจากโลกของเว็บ มาสร้างแอพที่มีลักษณะใกล้เคียงกับแอพแบบ native (ไม่ว่าจะบนพีซีหรือมือถือได้) ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดในตอนนี้คือ PhoneGap ซึ่งเป็นเครื่องมือพัฒนาแอพมือถือด้วย HTML5

    HTML5 มีความสามารถอะไรบ้าง

    เกริ่นกันมานานก็เริ่มเข้าเรื่องกันสักทีนะครับ ส่วนประกอบของ HTML5 มีหลายอย่างมาก เราอาจไม่จำเป็นต้องใช้ทุกฟีเจอร์
    ส่วนการอธิบายส่วนประกอบของ HTML5 ก็ขึ้นกับว่าเราจะจัดหมวดหมู่มันอย่างไร มีหลายตำราให้เลือก ในบทความนี้ผมขอเลือกตาม W3C ที่อุตส่าห์ออกแบบโลโก้-ไอคอนของ HTML5 เพื่อแสดงสัญลักษณ์ของเทคโนโลยีเว็บแขนงต่างๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายและแยกหมวดหมู่ตามกัน
    W3C แบ่งเทคโนโลยีในชุด HTML5 ออกเป็น 8 หมวด พร้อมไอคอนประกอบทุกหมวด ขอใช้ชื่อตามนั้น และเรียงลำดับกันไปเช่นเดียวกับเว็บ W3C HTML5 Logo

    1. Semantics

    HTML5 Semantic
    เทคโนโลยีกลุ่ม Semantics คือตัว syntax ของภาษา HTML5 ที่แน่นอนว่าเปลี่ยนไปจาก HTML4 ซึ่งมีแท็กใหม่ๆ และคุณสมบัติ (atrribute) ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกพอสมควร
    โดยโครงสร้างของภาษาแล้ว HTML5 ยังเหมือนกับ HTML ที่เราคุ้นเคย แต่เพิ่มแท็กใหม่ ตัดแท็กเก่า และเปลี่ยนวิธีใช้แท็กเก่าบางตัวออกไป รายละเอียดอ่านได้จาก HTML5 differences from HTML4 ของ W3C
    ยกมาเป็นตัวอย่างพอให้เห็นภาพ
    แท็กใหม่
    แท็กกลุ่มนี้จะช่วยบ่งบอกความหมายของวัตถุในเว็บเพจได้ดีขึ้น เช่น จากเดิมเราใช้
    ตัวอย่าง
    • section - บ่งบอกเซคชันของเนื้อหา
    • article - กำหนดขอบเขตของตัวเนื้อบทความ
    • aside - กำหนดขอบเขตของเนื้อหาเสริม (ล้อมกรอบ)
    • header - กำหนดขอบเขตของส่วนเริ่มต้นหรือส่วนหัวของเว็บไซต์ (อย่าสับสนกับ )
    • footer - กำหนดขอบเขตของส่วนท้ายของเว็บไซต์ พวกข้อความกำหนดสิทธิ์ต่างๆ
    • nav - บอกว่ามันเป็นส่วนนำทางของเว็บไซต์
    • figure - บอกว่าเป็นภาพหรือวิดีโอประกอบเนื้อหา (ข้างในสามารถซ้อนแท็ก img หรือ video พร้อมคำอธิบายได้อีกชั้น)
    นอกจากนี้ส่วนของฟิลด์ยังมี attribute ใหม่อีกกลุ่มสำหรับ input type ที่เจาะจงกว่าเดิม เช่น จากเดิมเราใช้ ก็เปลี่ยนเป็น แทน
    • tel - เบอร์โทร
    • search - ช่องค้นหา
    • url
    • email
    • datetime
    • date
    • time
    • color
    แท็กที่ถูกตัดออก
    ส่วนใหญ่เป็นแท็กเก่าที่ทำหน้าที่กำหนดฟอร์แมตการแสดงผล ซึ่งย้ายไปใช้ CSS แทนหมดแล้ว นอกจากนี้ยังเอาแท็กที่เกี่ยวกับเฟรมทั้งหมดออกไป เพราะล้าสมัยแล้ว และแท็กที่ไม่ค่อยมีคนใช้อย่าง acronym (ใช้ abbr แทน) หรือ applet (ใช้ object แทน)
    • big
    • center
    • font
    • strike
    • frame
    • frameset
    • noframes
    • acronym
    • object
    แท็กที่ถูกเปลี่ยนวิธีใช้
    แท็กเก่าแต่เปลี่ยนความหมาย-วิธีใช้งาน
    • i - ไม่ได้หมายถึงการทำตัวเอียง (เพราะอยู่ใน CSS) แต่หมายถึงโทนเสียงของตัวข้อความที่เปลี่ยนแปลง
    • small - หมายถึงข้อความหรือคอมเมนต์ประกอบเนื้อหาหลัก ที่ควรจะแสดงด้วยตัวเล็กกว่าปกติ
    • strong - หมายถึงข้อความสำคัญ ไม่ใช่การเน้นด้วยตัวเข้ม
    • u - เป็นการบ่งชี้ว่าข้อความจุดนี้มีการแสดงผลแบบพิเศษ เช่น จงใจเขียนให้ผิดเพื่อเป็นตัวอย่าง หรือ ชื่อในภาษาจีน เป็นต้น
    นอกจากแท็กหลักที่เปลี่ยนแปลงแล้ว เทคโนโลยีในหมวดนี้ยังรวมไปถึงเทคโนโลยีเว็บหลายๆ ชนิดที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน เช่น RDFa, Microdata, Microformats ที่ช่วยกำหนดความหมายให้กับเนื้อหา เพื่อนำไปประมวลผลต่อได้ง่ายขึ้นครับ
    จะเห็นว่าในภาพรวมแล้ว HTML5 หมวด semantics จะช่วยให้ตัวโครงสร้างของเว็บเพจมีความหมาย (ในเชิงของ semantic web) มากขึ้น
    รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้จาก HTML5 Semantics - Smashing Magazine

    2. Offline & Storage

    HTML5 Offline & Storage
    เทคโนโลยีในหมวดนี้ก็ตรงตามชื่อหมวด นั่นคือช่วยให้เว็บสามารถทำงานแบบออฟไลน์ได้ และเก็บข้อมูลไว้ใช้งานบนเครื่องของผู้ชมเว็บได้
    ผมเคยเขียนเนื้อหาในหมวดนี้ไปแล้วครั้งหนึ่งในบทความ รู้จักกับวิธีการเก็บข้อมูล Local Storage ของ HTML5 ก็ขอเอามารียูสเพราะเนื้อหาเหมือนกันทุกประการ
    Web Storage
    เทคโนโลยีแรกคือ Web Storage ซึ่งเป็นการเก็บข้อมูลแบบง่ายๆ ในรูป key-value (ภาษาโปรแกรมบางภาษาเรียก dictionary) ซึ่งแยกย่อยได้อีก 2 อย่าง คือ
    • Session storage เก็บข้อมูลเฉพาะเซสชันการท่องเว็บนั้นๆ ปิดแท็บเมื่อไรข้อมูลก็หายไป ใช้ออบเจคต์ชนิด sessionStorage อันนี้ไม่ซับซ้อน
    • Local storage เก็บข้อมูลระยะยาว (persistence) โดยใช้ออบเจคต์ชื่อ localStorage ซึ่งจะซับซ้อนขึ้น เพราะเราสามารถเปิดเว็บเพจเดียวกันใน 2 แท็บหรือมากกว่า ซึ่งมันจะแชร์ข้อมูลก้อนเดียวกัน
    ฟีเจอร์ Web Storage จะคล้ายกับ Google Gears เมื่อ 3-4 ปีก่อนหน้านี้ เพียงแต่ Web Storage รวมมากับ HTML5 เลย ไม่ต้องลงปลั๊กอินเพิ่มเองแบบ Gears
    ฐานข้อมูล
    การเก็บข้อมูลง่ายๆ แบบ key-value อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักพัฒนา HTML5 จึงเพิ่มวิธีการเก็บข้อมูลที่ซับซ้อนขึ้นมา ซึ่งก็คือฐานข้อมูลแบบที่เราคุ้นเคยนั่นเอง
    ปัญหาของฐานข้อมูลใน HTML5 ก็คือมาตรฐานที่แยกเป็นสองทาง
    • Web SQL Database มันคือการนำ SQL มายัดใส่เบราว์เซอร์ (ส่วนมากนิยม SQLite) ตอนนี้ใช้ได้แค่เบราว์เซอร์ตระกูล WebKit และ Opera แนวทางนี้มีข้อเสียตรงความซับซ้อนของ SQL และเริ่มหมดความนิยมแล้ว (ทั้งที่มาตรฐานยังไม่เสร็จ)
    • IndexedDB แนวทางใหม่ที่สร้างขึ้นในภายหลัง ไม่ใช้ SQL แต่เก็บข้อมูลแบบ key-value เหมือนกับ Web Storage เพียงแต่เพิ่มการทำดัชนี (index) ช่วยให้หาข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น และเพิ่มเรื่อง transactions เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลมาด้วย
    Blognone เคยลงเรื่อง Web SQL vs IndexedDB ไปครั้งหนึ่งแล้ว ย้อนอ่านรายละเอียดได้ในตอนเก่าครับ
    File API
    เราพูดถึงการเก็บข้อมูลแบบง่ายๆ และการเก็บลงฐานข้อมูลไปแล้ว ลำดับถัดไปคือการจัดการกับ "ไฟล์" นั่นเอง HTML5 มี API มาให้เราสองตัวคือ FileReader กับ FileWriter หน้าที่ก็ตามชื่อครับ
    ปัญหาของ FileReader ที่จะต้องสนใจคือความแตกต่างระหว่างไฟล์ที่อยู่ในเครื่อง กับไฟล์ที่อยู่บนเว็บ ซึ่งกำลังพัฒนากันอยู่
    ส่วน FileWriter มีข้อกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะต่อจากนี้ไปเว็บเพจจะสามารถเขียนไฟล์ในเครื่องเราได้ มาตรการแก้ไขจุดอ่อนนี้ก็ต้องพัฒนากันต่อไป
    แคชสำหรับเวลาออฟไลน์ (App Cache)
    เมื่อเว็บแอพพลิเคชันไม่ได้ต่อเน็ต ก็ต้องมีวิธีจัดการกับข้อมูลที่เกิดขึ้นระหว่างนั้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของ AppCaching API ที่บอกว่าเว็บแอพพลิเคชันจะถูกเก็บไว้บนเครื่องนานแค่ไหน ทำให้เว็บแอพมีลักษณะคล้ายๆ กับแอพที่ติดตั้งแบบปกติมากขึ้น

    3. Device Access

    HTML5 Device Access
    เทคโนโลยีหมวดที่สามจะเน้นความเชื่อมโยงกับฟีเจอร์ของฮาร์ดแวร์ (โดยเฉพาะฮาร์ดแวร์แบบพกพา) เช่น
    • Geolocation API เพื่อขอข้อมูลเชิงพิกัดของอุปกรณ์
    • เข้าถึงไมโครโฟนและกล้องถ่ายภาพของอุปกรณ์
    • เข้าถึงข้อมูลภายในตัวอุปกรณ์ เช่น สมุดที่อยู่ หรือข้อมูลการเอียงเครื่อง (tilt orientation)
    ฟีเจอร์ในกลุ่มนี้จะไม่ได้อยู่ในรูปของแท็ก HTML โดยตรง แต่จะเป็น API ที่ฝั่งเบราว์เซอร์ต้องเตรียมไว้ให้ แล้วเว็บเพจค่อยเรียกใช้ผ่านจาวาสคริปต์อีกทีหนึ่ง
    ในการใช้งานจริงๆ เราคงใช้ผ่านเฟรมเวิร์คจาวาสคริปต์ที่เตรียมเรื่องพวกนี้ไว้ให้แล้วมากกว่า เช่น jQuery Mobile, Sencha Touch หรือ SproutCore เป็นต้น

    4. Connectivity

    HTML5 Connectivity
    เทคโนโลยีกลุ่มที่สี่เน้นการเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่ดีขึ้น มี 2 อย่างที่สำคัญ
    WebSockets
    WebSockets เป็น API ที่ออกมาเพื่อต่อยอดแนวทางของ AJAX ในอดีต อธิบายง่ายๆ มันคือการ push ข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์มายังไคลเอนต์ (แบบเดียวกับ push mail ที่เรารู้จักกัน)
    ในแง่เทคนิค การส่งข้อมูลแบบ HTTP แบบดั้งเดิมจะเปิดการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์เพื่อส่งข้อมูล แล้วตัดการเชื่อมต่อเมื่อใช้เสร็จ ดังนั้นการขอข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์เป็นระยะจึงทำได้ยาก เพราะต้องดึงข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ (polling) เป็นระยะ ซึ่งเปลืองโหลดของเซิร์ฟเวอร์ไม่น้อย โดยเฉพาะกรณีที่ต้องเปิดการเชื่อมต่อ HTTP ค้างเอาไว้ (Long polling หรือ COMET)
    WebSockets เกิดมาเพื่อแก้ปัญหานี้ โดยสร้างการเชื่อมต่อแบบ (เกือบ) ถาวรระหว่างเซิร์ฟเวอร์กับไคลเอนต์ เพื่อให้สองฝั่งส่งข้อมูลกันได้ตลอด ทั้งหมดรันอยู่บนโพรโตคอล TCP อีกชั้นหนึ่ง และไม่ได้วิ่งบนโพรโตคอล HTTP เพื่อประหยัดโหลดของ HTTP ครับ
    ในการใช้งานเราจะเรียก WebSockets ด้วย
    ws://
    หรือถ้าต้องการการเชื่อมต่อแบบปลอดภัย
    wss://
    ข้อดีคือเบากว่า HTTP แต่ข้อเสียคือทั้งสองฝั่ง (โดยเฉพาะเซิร์ฟเวอร์) ต้องรองรับ WebSockets ด้วย จึงอาจจะใช้ไม่ได้ในทุกกรณี
    ปัจจุบัน WebSockets เป็นมาตรฐานที่รับรองโดย IETF และกำลังผ่านกระบวนการเข้าเป็นมาตรฐานของ W3C
    ข้อมูลเพิ่มเติม: Wikipedia, W3C, สอนการใช้งานที่ HTML5 Rocks
    Server-sent Events (SSE)
    WebSockets เป็นการส่งข้อมูลแบบสองทาง แต่ถ้าเราต้องการส่งข้อมูลทางเดียวจากเซิร์ฟเวอร์มายังไคลเอนต์ (เช่น notification ของ Facebook/Twitter) เราสามารถใช้เทคโนโลยีอีกตัวชื่อ Server-sent Events (SSE) แทนได้
    SSE ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหา polling ของ AJAX เช่นเดียวกับ WebSockets หลักการทำงานของ SSE คือเซิร์ฟเวอร์สามารถส่งข้อมูลไปยังไคลเอนต์ได้โดยตรง โดยที่ไคลเอนต์ไม่ต้องร้องขอ (GET Request) ก่อน
    ความต่างของ SSE กับ WebSockets นอกจากจะเป็นเรื่องการส่งข้อมูลแบบทางเดียว/สองทางแล้ว ยังต่างกันที่ตัวโพรโตคอล เพราะ SSE จะรันอยู่บน HTTP ตามปกติ ทำให้สามารถใช้กับเซิร์ฟเวอร์ในปัจจุบันได้ทันที
    ในการใช้งานจริง เราอาจเลือกได้ระหว่าง
    • การส่งข้อมูลด้วย WebSockets ทั้งสองทาง (บน WebSockets)
    • การรับข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ด้วย SSE แล้วส่งกลับด้วย XMLHttpRequest (บน HTTP)
    ข้อมูลเพิ่มเติม: Wikipedia, W3C, สอนการใช้งานที่ HTML5 Rocks

    5. Multimedia

    HTML5 Multimedia
    เรื่องนี้เราพูดกันมาเยอะมาก และเริ่มใช้งานจริงกันแล้ว คงไม่ต้องลงลึกในบทความตอนนี้
    อธิบายแบบสั้นๆ คือเดิมที่ HTML4 ขึ้นไปไม่สามารถแสดงผลเสียง-วิดีโอได้โดยตรง ต้องใช้วิธีฝัง แล้วติดตั้งปลั๊กอินเพื่อช่วยเล่นมัลติมีเดีย ซึ่งทำงานได้ตามนั้นแต่ก็มีปัญหายิบย่อยมากมายตามมาเช่นกัน
    แต่พอเป็น HTML5 ได้กำหนดให้ HTML ต้องเล่นไฟล์เสียงและวิดีโอได้ในตัว จึงเป็นที่มาของแท็กใหม่
    อย่างไรก็ตาม เรื่องมัลติมีเดียของ HTML5 กลับมีปัญหาประการใหม่เพิ่มเข้ามา นั่นคือ "สงคราม codec" ระหว่างเบราว์เซอร์สองค่ายใหญ่ ดังที่เราเห็นจากข่าว WebM+Ogg (สนับสนุนโดย Chrome/Firefox/Opera) vs H.264 (สนับสนุนโดย IE/Safari) นั่นเอง
    (ดูข่าวหมวด codec ประกอบ)

    6. 3D, Graphics & Effects

    HTML5 - 3D, Graphics & Effects
    หมวดที่หกเกี่ยวกับเรื่องกราฟิก แบ่งเป็น 4 ประการย่อยๆ
    SVG (Scalable Vector Graphics)
    เป็นภาษาตระกูล XML ที่ออกแบบมาสำหรับการวาดกราฟิกแบบเวกเตอร์ (พอเทียบเคียงได้กับ SWF ของ Adobe หรือ XAML ของไมโครซอฟท์) เทคโนโลยีนี้มีมานานพอสมควรแล้ว คงไม่ต้องลงรายละเอียดนะครับ
    Canvas
    แท็ก ถือเป็นของใหม่ที่สำคัญใน HTML5 เพราะมันช่วยเปลี่ยนลูกเล่นการแสดงผลของเว็บเพจไปอีกมาก
    เดิมที HTML เป็นการวาดออบเจคต์ (เช่น ข้อความ รูป กล่องข้อความ ฯลฯ) ขึ้นมาเป็นหน้าจอ และสามารถตกแต่งออบเจคต์แต่ละตัวได้ในระดับหนึ่งผ่าน CSS (เช่น ใส่สีพื้น วาดเส้นขอบ ทำมุมโค้ง) แต่ในภาพรวม HTML ยังไม่สามารถแสดงกราฟิกแบบราสเตอร์ (raster) ได้ด้วยตัวมันเอง ต้องทำภาพมาแปะอีกทอดหนึ่ง
    แท็ก canvas ที่ถูกเพิ่มเข้ามาช่วยให้เราสามารถ "วาดภาพ" ลงบนเว็บเพจได้โดยตรง (กำหนด canvas ในเพจ แต่สั่งวาดด้วยจาวาสคริปต์นะครับ) โดยขอบเขตของภาพที่วาดก็จะอยู่ในออบเจคต์ชื่อ canvas นั่นเอง
    สิ่งที่เราสามารถใส่ลงไปในกรอบ canvas ได้แก่
    • รูปทรงพื้นฐาน สี่เหลี่ยม วงกลม เส้นตรง เส้นโค้ง พาธ (รูปทรงมีไม่เยอะเท่ากับ SVG)
    • ไฟล์รูปภาพ จะซ้อนกันกี่ชั้นก็ได้ตามสะดวก
    • แอนิเมชัน กำหนดให้วัตถุต่างๆ เคลื่อนไหว
    • แปลงสภาพวัตถุ (transformation) จะกำหนดให้หมุน เอียง บิดเบี้ยว ได้เหมือนกัน
    • ประกอบ-ซ้อนภาพวัตถุ (composition) เช่น นำสี่เหลี่ยมกับสามเหลี่ยมมา intersect เพื่อสร้างวัตถุแบบใหม่
    ความต่างที่สำคัญของ SVG กับ canvas คือ
    • SVG ได้ผลลัพธ์เป็นเวกเตอร์ ส่วน canvas ได้ผลลัพธ์เป็นราสเตอร์ (ภายในกรอบวัตถุ canvas)
    • SVG สั่งวาดด้วยแท็กแบบ markup (ซับเซ็ตของ XML) ส่วน canvas สั่งวาดด้วยจาวาสคริปต์
    รายละเอียดดูได้จาก Wikipedia, Canvas tutorial - Mozilla Developer Network, W3Schools HTML5 Canvas
    WebGL
    โดยทั่วไปแล้ว การวาดภาพ-แสดงผลใน canvas เรามักใช้กับภาพ 2 มิติเป็นหลัก แต่ถ้าต้องการวาดภาพ 3 มิติ เราจะใช้ส่วนขยายของ canvas ที่เรียกว่า WebGL (Web-based Graphics Library)
    WebGL เป็นไลบรารีกราฟิกที่พัฒนาอยู่บน OpenGL ES 2.0 ซึ่งเป็นไลบรารีกราฟิก 3 มิติมาตรฐานของวงการไอที แต่ดัดแปลงให้เรนเดอร์ภาพออกมาบนออบเจคต์ canvas ภายในเบราว์เซอร์ และสั่งงานได้ผ่านจาวาสคริปต์ ตอนเรนเดอร์ก็ทำผ่าน GPU ตามปกติ (ดูข่าวเก่าหมวด WebGL ประกอบ)
    ขั้นตอนการวาดภาพ 3 มิติบน WebGL แทบไม่ต่างอะไรกับ canvas ปกติ เพราะเราต้องกำหนดบริเวณที่เป็น canvas ในเว็บเพจขึ้นมาก่อน เพียงแต่ตอนวาดในจาวาสคริปต์ เราจะสร้างออบเจคต์ชนิด WebGL ขึ้นมาแทน canvas ปกติ
    ส่วนหลักการวาดวัตถุ 3 มิติคงไม่ต่างอะไรกับ OpenGL ครับ ใครเคยเขียนโปรแกรมกับ OpenGL คงใช้ WebGL ได้แทบจะทันที
    สถานะตอนนี้ของ WebGL คือเบราว์เซอร์ทุกค่ายสนับสนุนแล้ว ยังเหลือฝั่งไมโครซอฟท์ที่ยังไม่ยอมสนับสนุน (เหตุผลหนึ่งเพราะอยู่บน OpenGL ไม่ใช่ DirectX)
    ข้อมูลเพิ่มเติม Getting started with WebGL - Mozilla Developer Network
    CSS3 3D
    CSS3 นั้นต่างไปจาก CSS2 มาก เพราะมันไม่ใช่มาตรฐานเดี่ยวๆ แต่ประกอบด้วยมาตรฐานย่อยๆ จำนวน "หลายสิบ" ชนิด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ CSS3 3D Transforms ที่สามารถแปลงสภาพวัตถุบนเว็บเพจในแบบต่างๆ เช่น ขยายขนาด หมุนเอียงตามแกน xyz
    ดูตัวอย่างได้ที่ WebKit (ต้องใช้ WebKit เข้าด้วยนะครับ) หรือ The Web Rocks (Gecko/WebKit)

    7. Performance & Integration

    HTML5 - Performance & Integration
    หมวดที่เจ็ดเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของเว็บแอพ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ
    Web Worker
    อธิบายง่ายๆ Web Worker คือจาวาสคริปต์ที่ทำงานแบบมัลติเธร็ด เพื่อให้สคริปต์สามารถทำงานเบื้องหลังได้หลายๆ งานพร้อมกัน
    การใช้งานเราสามารถสั่งได้ที่ตัวโค้ดจาวาสคริปต์โดยตรง โดยสร้างตัวแปรชนิด worker ขึ้นมาบอกเบราว์เซอร์ว่า โค้ดจาวาสคริปต์ส่วนนี้ ขอให้ทำงานแบบ Web Worker เพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้น
    รายละเอียดอ่านเพิ่มที่ Wikipedia, W3C, Mozilla, HTML5 Rocks
    XMLHttpRequest Level 2
    ผมถือว่าผู้อ่าน Blognone คงรู้จัก XMLHttpRequest (XHR) ที่เป็นเทคโนโลยีพื้นฐานของ AJAX กันพอสมควรแล้ว อธิบายสั้นๆ สำหรับคนไม่รู้ XHR เป็นวิธีการโหลดข้อมูลเฉพาะบางส่วนของเว็บเพจ (ไม่ใช่ทั้งหน้า) ช่วยให้เราสามารถปรับปรุงข้อมูลบางส่วนของเพจได้ โดยไม่ต้องโหลดใหม่ทั้งหน้า ผลคือเว็บเพจที่อินเตอร์แอคทีฟมากขึ้นนั่นเอง
    XMLHttpRequest Level 2 เป็นความพยายามของ W3C ที่จะพัฒนา XMLHttpRequest รุ่นแรกให้มีประสิทธิภาพ-ความสามารถมากขึ้น แบ่งได้ง่ายๆ 3 อย่าง ได้แก่
    • การแยกแยะเหตุการณ์ (event) แต่ละชนิดออกจากกัน ช่วยให้โปรแกรมเมอร์ติดตามและควบคุมการส่งข้อมูลได้ง่ายขึ้น
    • รองรับการอัพโหลดไฟล์จากฝั่งไคลเอนต์ (เดิมที่ไม่รองรับการส่งไฟล์) ซึ่งจะใช้ควบคู่กับ File API ในหัวข้อก่อน
    • ส่งข้อมูลแบบข้ามหลายโดเมน ซึ่งรุ่นก่อนเรียกได้เฉพาะโดเมนเดียวกัน
    รายละเอียดอ่านได้จาก AJAX 2: What is coming with XMLHttpRequest Level 2? - JS Classes blog

    8. CSS3

    HTML5 - CSS3
    CSS3 มีความสามารถเพิ่มขึ้นจาก CSS2 ในปัจจุบันมาก เพิ่มฟีเจอร์ของแวดวงสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดหน้า การควบคุมการไหลของข้อความ และฟอนต์เข้ามาอีกมาก แต่ก็ยังมีเรื่องอื่นๆ เช่น 3D, เสียงพูด, แอนิเมชัน ฯลฯ (ดูข่าวเก่าเรื่อง CSS3 Regions ประกอบ)
    เทคโนโลยีอีกตัวที่เกี่ยวข้องกันคือ Web Open Font Format (WOFF) ที่ช่วยให้เราฝังฟอนต์เข้ามาในเว็บเพจได้ด้วย
    รายการของชุดเทคโนโลยีใน CSS3 ทั้งหมดดูได้จาก CSS3.info

    สถานะการรองรับ HTML5 ของเบราว์เซอร์ต่างๆ

    เทคโนโลยีทั้ง 8 หมวดเป็นตัวแทนของเทคโนโลยีเว็บรุ่นใหม่ อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีเยอะขนาดนี้ซับซ้อนมาก และต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะทำเสร็จ อย่างไรก็ตาม เบราว์เซอร์ในปัจจุบันก็เริ่มรองรับมาตรฐาน "ฉบับร่าง" ในบางประเด็นแล้ว และเว็บดังๆ บางแห่งก็เริ่มใช้ฟีเจอร์ HTML5 กับงานจริงแล้วเช่นกัน
    เพื่อให้ติดตามได้ง่ายว่าเบราว์เซอร์ตัวไหนรองรับฟีเจอร์อะไรบ้าง ก็มีเว็บไซต์หลายแห่งทำตาราง-แผนภาพเปรียบเทียบให้ดูง่ายๆ เช่น
    • Wikipedia ข้อมูลละเอียดพร้อมลิงก์อ้างอิง
    • Can I Use ทำตารางเปรียบเทียบว่าคุณสมบัติใดใช้ได้บนเบราว์เซอร์ยี่ห้อไหน รุ่นไหนได้บ้าง
    • FindmebyIP.com ทำตารางเปรียบเทียบแบบดูง่ายๆ ภายในเว็บเพจหน้าเดียว
    • HTML5Test.com ทดสอบกับเบราว์เซอร์ที่เราใช้อยู่ในขณะนั้น และได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นคะแนนรวม
    • HTML5 Readiness ทำเป็นแผนภาพ infographic แบบครึ่งวงกลม แยกตามมาตรฐานแต่ละส่วน (ใช้ข้อมูลจาก Can I Use อีกทีหนึ่ง)

    ข้อมูลเพิ่มเติม

    คัดมาเฉพาะอันที่เจ๋งๆ นะครับ ตามไปอ่านกันต่อได้
    เว็บไซต์ของผู้ผลิตเบราว์เซอร์
    • HTML5 Rocks ของกูเกิล มีทั้งเอกสาร tutorial และโค้ดสำหรับทดสอบ-สาธิตการทำงาน
    • หน้าแนะนำ HTML5 ของ Mozilla Developer Network รวมข้อมูลเชิงเทคนิคไว้ครบถ้วน
    • HTML5 Labs เว็บไซต์สำหรับนักพัฒนา HTML5 ของไมโครซอฟท์
    • HTML5 Please แนะนำโดยคุณ @pittaya
    เดโม
    เอกสารอื่นๆ
    • HTML5 for Web Developers สเปก HTML5 แบบอ่านง่าย เหมาะสำหรับนักพัฒนาเว็บ ตัดส่วนที่ไม่สำคัญในสเปกของ W3C ออกไป
    • W3Schools HTML5 Tutorial เป็น online reference/tutorial แบบสั้นๆ ตามสไตล์ของ W3Schools
    • เอกสารของ InfoWorld เป็น PDF ที่เขียนโดยนิตยสาร InfoWorld ต้องสมัครสมาชิกก่อนจึงจะโหลดได้ (โหลดฟรี) ข้อมูลละเอียดและเนื้อหาอัพเดต
    • Dive Into HTML5 หนังสือแจกฟรีของ Mark Pilgrim (แนะนำโดยคุณ j03w)

      ขอบคุณเว็บ : www.blognone.com/news/29947/รู้จักกับ-html5-ภาคหนึ่ง-html5-คืออะไร